สปอร์ตไลท์ LED สำหรับสนามเทนนิส
สนามเทนนิสเป็นกีฬาที่ต้องใช้สายตาของผู้เล่นมากที่สุดประเภทหนึ่งลูกเทนนิสมีขนาดเล็ก เคลื่อนที่เร็ว และมักพุ่งขึ้นในแนวสูงเหนือศีรษะ โดยเฉพาะในจังหวะเสิร์ฟและลูกสแมช ระบบไฟสปอร์ตไลท์ส่องสว่างของสนามเทนนิสกลางไม่ใช่แค่ทำให้ “มองเห็นสนาม” แต่ต้องช่วยให้ผู้เล่นอ่านวิถีลูกได้อย่างแม่นยำ ลดความเมื่อยล้าของสายตา และไม่สร้างอันตรายจากแสงแยงตา สำหรับสนามเทนนิสกลางแจ้ง ตั้งแต่ระดับความสว่าง การควบคุมแสง ไปจนถึงการวางตำแหน่งเสาไฟ เพื่อให้เจ้าของสนาม วิศวกร และผู้ออกแบบสามารถตัดสินใจได้อย่างถูกต้องตั้งแต่ครั้งแรก
มาตรฐานระดับความสว่าง
มาตรฐานสากลที่ใช้กันทั่วไป เช่น EN 12193 แบ่งระดับความสว่างของสนามกีฬาออกตามลักษณะการใช้งาน โดยวัดจากค่าความสว่างบนพื้นสนาม (Horizontal Illuminance)
-
- Class I – ระดับแข่งขันสูง / ถ่ายทอดสื่อ
ความสว่างเฉลี่ยประมาณ 500–750 Lux ขึ้นไป
ใช้กับสนามแข่งขันระดับอาชีพหรือสนามที่ต้องรองรับการบันทึกภาพคุณภาพสูง - Class II – ระดับสโมสร / การแข่งขันทั่วไป
ความสว่างเฉลี่ย 300–500 Lux
เป็นระดับที่พบได้บ่อยที่สุดในสนามเชิงพาณิชย์และสโมสรเอกชน - Class III – ระดับฝึกซ้อม / นันทนาการ
ความสว่างเฉลี่ย 200–300 Lux
เหมาะสำหรับสนามฝึกซ้อม สนามโรงเรียน หรือสนามส่วนบุคคล
- Class I – ระดับแข่งขันสูง / ถ่ายทอดสื่อ
หมายเหตุ: การเลือก Lux สูงเกินความจำเป็น ไม่ได้ทำให้เล่นดีขึ้นเสมอไป แต่กลับเพิ่มปัญหาแสงแยงตาและค่าใช้จ่ายในระยะยาว
ความสม่ำเสมอของแสง
สนามเทนนิสความสว่างที่ “เท่ากันทั้งสนาม” สำคัญพอๆ กับค่า Lux หากแสงไม่สม่ำเสมอ ผู้เล่นจะรู้สึกว่าลูกเทนนิสเปลี่ยนความเร็วหรือจังหวะเมื่อผ่านบริเวณสว่าง–มืด
-
- ค่า Uniformity (U₀) ควรอยู่ที่ 0.6–0.7 ขึ้นไป
- ยิ่งค่าเข้าใกล้ 1.0 มากเท่าไร สนามจะยิ่งดูเนียนตาและสบายสายตา
ความสม่ำเสมอที่ดีช่วยลดความล้าของสายตา เพิ่มความแม่นยำ และลดอุบัติเหตุจากการประเมินระยะผิดพลาด
การควบคุมแสงแยงตา
เทนนิสเป็นกีฬาที่ผู้เล่นต้องเงยหน้ามองลูกเป็นประจำ หากโคมไฟควบคุมแสงไม่ดี จะเกิดปัญหาแสงแยงตาโดยตรงในจังหวะสำคัญ
-
- ควรใช้โคมที่มี Shield / Visor หรือระบบ Cut-off
- ค่า GR (Glare Rating) สำหรับสนามกลางแจ้งควร ไม่เกิน 50
การควบคุมแสงที่ดีช่วยให้ผู้เล่นมองลูกได้ต่อเนื่อง ไม่เสียสมาธิ และลดความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บ
สเปคสปอร์ตไลท์ ที่เหมาะกับสนามเทนนิส
1.เลนส์และการกระจายแสง
-
- ควรใช้ Asymmetric Distribution
- ช่วยรีดแสงลงสู่พื้นสนามอย่างมีทิศทาง ลดแสงฟุ้งและแสงรบกวนนอกสนาม
2.คุณภาพแสง
-
- อุณหภูมิสี (CCT): 5000–5700K (Daylight)
ให้ความคมชัดสูง เหมาะกับการมองลูกเทนนิสสีเหลือง - CRI ≥ 70 สำหรับการใช้งานทั่วไป
หากมีการถ่ายทอดหรือบันทึกภาพ ควรเลือก CRI สูงขึ้น
- อุณหภูมิสี (CCT): 5000–5700K (Daylight)
3.ความทนทานกลางแจ้ง
-
- IP66 ป้องกันฝนและฝุ่น
- IK08 หรือสูงกว่า สำหรับแรงกระแทก
- ระบบป้องกันไฟกระชาก 10–20kV สำหรับงานกลางแจ้ง
ตำแหน่งและจำนวนเสาไฟ
การวางเสาไฟมีผลโดยตรงต่อเงาและแสงแยงตา
-
- เสา 4 ต้น: เหมาะกับสนามนันทนาการ
- เสา 6 ต้น (ด้านข้างสนาม): ให้ความสม่ำเสมอและควบคุมแสงได้ดีที่สุด
- ไม่ควรติดตั้งเสาไฟไว้กึ่งกลางหลัง Baseline เพราะจะรบกวนการรับลูกเสิร์ฟโดยตรง
ความสูงของเสาไฟ
-
- สนามทั่วไป: 8–10 เมตร
- สนามมาตรฐานหรือใช้งานจริงจัง: 12 เมตรขึ้นไป
เสาที่สูงขึ้นช่วยให้มุมส่องแสงชัน ลดแสงแยงตา และเพิ่มความสม่ำเสมอของแสง
ทำไมสนามเทนนิสยุคใหม่เลือกใช้ LED
-
- เปิด–ปิดได้ทันที ไม่ต้องรอวอร์ม
- แสงนิ่ง ไม่กระพริบ เหมาะกับการถ่ายวิดีโอ
- ประหยัดพลังงานกว่าระบบเดิมอย่างชัดเจน
- อายุการใช้งานยาว ลดค่า Maintenance
บทสรุป
ไฟสนามเทนนิสที่ออกแบบอย่างถูกต้อง ไม่ได้ช่วยแค่ให้สนาม “สว่าง” แต่ช่วยให้ผู้เล่นมองเห็นลูกได้ชัด เล่นได้อย่างมั่นใจ และลดความเสี่ยงจากอุบัติเหตุ
สำหรับสนามเชิงพาณิชย์หรือสโมสร การเลือกระดับ Class II พร้อมโคมที่ควบคุมแสงได้ดี คือสมดุลที่ลงตัวระหว่างคุณภาพและต้นทุน ส่วนสนามส่วนบุคคลหรือสนามฝึกซ้อม แม้จะใช้ระดับ Class III แต่ก็ไม่ควรมองข้ามเรื่องแสงแยงตาและแสงรบกวนพื้นที่รอบข้าง
NINELED แสงสว่างที่คุณวางใจได้ จากแบรนด์ที่คุณเลือก พื้นที่รวมแบรนด์ชั้นนำ ให้คุณเลือกซื้อไม่ว่าจะสปอร์ตไลท์ โคมไฟไฮเบย์ โคมถนน หลอดไฟ LED โซล่าเซลล์ และเสาไฟ สนใจสอบถาม-สั่งซื้อเกี่ยวกับสินค้าเพิ่มเติมได้ที่ Line : @NINELED

