มาตรฐานโคมไฟถนนสำหรับทางหลวง

โคมไฟถนนมาตราฐานทางหลวง

มาตรฐานโคมไฟถนนสำหรับทางหลวง

การติดตั้งโคมไฟถนนทางหลวงไม่ใช่เพียงทำให้ถนนสว่าง แต่เป็นงานวิศวกรรมที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับความปลอดภัยของผู้ใช้ทางทุกคนไม่ว่าจะเป็นรถยนต์ รถบรรทุกหรือรถจักรยานยนต์ การออกแบบระบบไฟถนนที่ดีต้องช่วยให้ผู้ขับขี่มองเห็นเส้นทางสิ่งกีดขวาง และจุดเปลี่ยนทิศทางได้อย่างชัดเจนโดยไม่ก่อให้เกิดแสงแยงตาหรือความล้าของสายตา

งานไฟถนนบนทางหลวงจึงต้องยึดตามมาตรฐานของ

    • กรมทางหลวง (DOH) สำหรับทางหลวงสายหลัก
    • กรมทางหลวงชนบท (DRR) สำหรับถนนสายรอง ทางเชื่อม และถนนในเขตชุมชน

โครงสร้าง และระบบควบคุม ที่ใช้จริงในงานทางหลวง เพื่อเป็นแนวทางสำหรับวิศวกร ผู้ออกแบบ และหน่วยงานภาครัฐในการเลือกใช้โคมไฟถนน LED ให้ “ปลอดภัย คุ้มค่า และตรวจสอบได้”

การแบ่งระดับชั้นความสว่างตามประเภทถนน

ค่าความสว่างบนพื้นถนน (Average Illuminance) จะกำหนดตามลักษณะการใช้งาน ความเร็วรถ และปริมาณการจราจร

    • ทางหลวงสายประธาน (Main Highways)
      ความสว่างเฉลี่ยประมาณ 15–20 Lux
      เหมาะกับถนนที่มีความเร็วสูงและการจราจรหนาแน่น
    • ทางหลวงสายรอง / ถนนเชื่อม (Secondary Roads)
      ความสว่างเฉลี่ย 10–15 Lux
      เพียงพอสำหรับถนนที่มีปริมาณรถน้อยลงและความเร็วต่ำกว่า
    • บริเวณทางแยกและจุดตัด (Intersections / Interchanges)
      ต้องเพิ่มความสว่างเป็น ประมาณ 20–30 Lux
      เพื่อช่วยให้ผู้ขับขี่รับรู้ทิศทาง จุดเลี้ยว และการเปลี่ยนช่องจราจรได้ชัดเจน

หมายเหตุ: นอกจากค่าความสว่างเฉลี่ยแล้ว ต้องพิจารณา “ความสม่ำเสมอของแสง” ควบคู่เสมอ

คุณสมบัติทางวิศวกรรมของโคมไฟถนน

1.การกระจายแสง (Light Distribution)

โคมไฟถนนสำหรับทางหลวง ต้องใช้เลนส์แบบ Asymmetric (อสมมาตร)

เหตุผลสำคัญคือ

    • ควบคุมทิศทางแสงให้ส่องไปตามแนวถนน
    • ลดการสูญเสียแสงขึ้นท้องฟ้า (Light Pollution)
    • ลดโอกาสเกิดแสงแยงตาผู้ขับขี่

2.ความสม่ำเสมอของแสง (Uniformity)

    • พื้นผิวถนนต้องไม่มีจุดมืดหรือสว่างเป็นหย่อม
    • ค่า U₀ ไม่ควรต่ำกว่า 0.40 ตามแนวปฏิบัติของงานทาง

ดัชนีคุณภาพแสงที่ส่งผลต่อผู้ขับขี่

1.การควบคุมแสงแยงตา (Glare Control)

แสงแยงตาเป็นสาเหตุสำคัญของอุบัติเหตุบนทางหลวง โคมไฟถนนที่ดีต้อง

    • มีการออกแบบ Cut-off ที่เหมาะสม
    • จำกัดมุมส่องแสงไม่ให้เข้าตาผู้ขับขี่โดยตรง
    • ลดโอกาสเกิด Disability Glare หรืออาการตาพร่า

2.อุณหภูมิสี (Color Temperature)

    • Daylight / Cool White (ประมาณ 5700–6500K)
      ให้ความสว่างคมชัด เหมาะกับทางหลวงทั่วไป
    • Neutral / Warm White (3000–4000K)
      เหมาะกับพื้นที่ที่มีหมอกจัด ทางขึ้นเขา หรือโค้งต่อเนื่อง
      เนื่องจากแสงโทนเหลืองช่วยลดการกระเจิงของแสงในหมอก

ประสิทธิภาพพลังงานและอายุการใช้งาน

โคมไฟถนนทางหลวงยุคใหม่ควรใช้ LED ประสิทธิภาพสูง

    • ค่า Luminous Efficacy ควรอยู่ในระดับ 140 lm/W ขึ้นไป
    • อายุการใช้งานของ LED ควรอ้างอิงผลทดสอบ
      • LM-80 / TM-21
    • ลดภาระค่าไฟฟ้าและงบซ่อมบำรุงในระยะยาว

โครงสร้างเสาและการติดตั้ง

1.ความสูงเสาไฟ (Mounting Height)

      • ทางหลวงทั่วไป: 9 / 10 / 12 เมตร
      • ทางแยกขนาดใหญ่ หรือจุดเปลี่ยนทิศทางสำคัญ:
        ใช้ เสา High Mast 15–30 เมตร

2.วัสดุเสา

    • เหล็ก Hot-dip Galvanized
    • ผ่านการคำนวณแรงลม (Wind Load) ตามหลักวิศวกรรมโครงสร้าง

ระบบไฟถนนอัจฉริยะ

ปัจจุบันเริ่มมีการใช้ NEMA Socket และระบบควบคุมระยะไกลในงานทางหลวง

    • Dimming Control:
      หรี่แสงในช่วงจราจรเบาบาง เช่น กลางดึก
    • Monitoring System:
      ตรวจสอบสถานะโคมไฟแบบ Real-time
      ลดเวลาการดับค้าง และเพิ่มความปลอดภัย

บทสรุป

มาตรฐานโคมไฟถนนสำหรับทางหลวง คือการผสมผสานระหว่าง
ความสว่างที่เพียงพอ ความสบายตา และความทนทานระยะยาว

การเลือกใช้โคมไฟ LED ที่

    • มีการกระจายแสงเหมาะสม
    • ควบคุมแสงแยงตาได้ดี
    • มี Surge Protection และมาตรฐานความทนทานครบถ้วน
    • และมีประสิทธิภาพแสงสูง

ไม่เพียงช่วยลดอุบัติเหตุบนท้องถนน แต่ยังช่วยให้หน่วยงานภาครัฐ ประหยัดงบประมาณค่าไฟและค่าซ่อมบำรุงในระยะยาว อย่างเป็นรูปธรรม

NINELED แสงสว่างที่คุณวางใจได้ จากแบรนด์ที่คุณเลือก พื้นที่รวมแบรนด์ชั้นนำ ให้คุณเลือกซื้อไม่ว่าจะสปอร์ตไลท์ โคมไฟไฮเบย์ โคมถนน หลอดไฟ LED โซล่าเซลล์ และเสาไฟ สนใจสอบถาม-สั่งซื้อเกี่ยวกับสินค้าเพิ่มเติมได้ที่  Line : @NINELED

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.